5. เปิดให้แชร์ ดาวน์โหลด และเอาไปโชว์บนเว็บไซต์อื่นๆ ได้
การแชร์ คือหัวใจของการทำ Viral Marketing เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณพยายามรังสรรค์ขึ้นมานั้นจะต้องทำให้แคมเปญโฆษณาชิ้นนั้นส่งต่อๆ กันไป เพื่อแบ่งปันกับผู้อื่นง่ายที่สุด นั่นหมายความว่า คุณต้องอนุญาตให้ผู้ชมทำสิ่งเหล่านี้ได้ นั่นคือ
- ดาวน์โหลดคอนเท็นต์ในรูปแบบไฟล์ทั่วๆ ไปที่ใช้กัน เช่น ไฟล์รูปภาพในรูปแบบของ JPG, ไฟล์วิดีโอในรูปแบบของ MPG เป็นต้น
- ต้องทำให้คนดูสามารถนำคอนเท็นต์ที่คุณสร้างขึ้นมาไปโพสต์บนเว็บไซต์ของเขาได้ ซึ่งขนาดของไฟล์ก็มีความสำคัญ เพราะถ้าใหญ่เกินไปก็ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำไม่สามารถเปิดดูผ่านออนไลน์ได้
- ยอมให้ส่งต่อไปยังเพื่อนหรือผู้อื่น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะส่งเป็นลิงก์ไปให้ หรือจะให้ส่งคอนเท็นต์นั้นไปยังผู้อื่นโดยตรงก็ได้
- นำไปโพสต์ไว้หลายๆ เว็บไซต์ เช่น Digg.com, YouTube.com เป็นต้น
- อนุญาตให้ผู้ชม Add เว็บไซต์นั้นเข้าไปใน Bookmark ของเขาเอง
Note : คุณสามารถทำให้ง่ายขึ้นได้ ด้วยการสร้างไอคอน “share me”, “dig this” หรืออะไรก็แล้วแต่ให้ผู้ชมรู้ว่าเป็นการส่งไปต่อไปยังคนอื่นขึ้นมา
6. สร้างความสัมพันธ์ด้วยความคิดเห็น
ส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของการทำ Viral Marketing คือการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชม จงจำไว้ว่าเมื่อคุณได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ชม พวกเขาก็จะเริ่มตื่นเต้น และแน่นอนว่าต้องมีการพูดคุยกัน วิจารณ์สิ่งที่ได้ชมในเรื่องเดียวกัน ซึ่งความคิดเห็นต่างๆ เป็นสิ่งที่มีพลังอย่างมาก ยิ่งมีคนพูดถึงมากเท่าไร ย่อมหมายถึงมีคนให้ความสนใจมากเท่านั้น
จงทำให้แคมเปญโฆษณาแบบ Viral Marketing ของคุณเข้าไปอยู่ในใจของคนดู ด้วยการสร้างอารมณ์ของเนื้อเรื่องให้มีความชัดเจน มีความน่าจดจำ ตราตรึงติดอยู่ในสมอง ในจิตใจของคนดู นั่นหมายความว่าคุณต้องทำให้คนดูชอบโฆษณานั้นจริงๆ จังๆ หรือไม่ก็ทำให้คนรู้สึกแย่มากๆ จะได้พูดถึงกันไปปากต่อปาก กระจายข่าวกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งคุณจะต้องทำใจยอมรับความคิดเห็นทั้งดีและไม่ดีที่จะเกิดขึ้น และจะต้องต้อนรับทุกความคิดเห็นที่เข้ามา แต่ในเวลาเดียวกัน คุณก็ต้องศึกษา คาดการณ์ล่วงหน้า และตั้งรับกับสงครามการต่อต้านจากผู้ชม รวมทั้งคู่แข่งของคุณด้วย
จริงๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นความผิดบาปอะไรนักหนาถ้าคุณจะลบความคิดเห็นของคนที่ตั้งใจเข้ามาโจมตีคุณทิ้งไปบ้าง แต่ในขณะเดียวกันคุณจะผิดและบาปอย่างมากถ้าคุณลบความคิดเห็นของคนที่แค่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำ หรือมีความคิดในทางด้านลบกับโฆษณาของคุณที่สร้างขึ้นมา
การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นนั้นหมายถึงการส่งความคิดเห็นกลับมา ดังนั้นอย่าใส่ความคิดเห็นลงไปถ้าคุณไม่ต้องการที่จะให้ใครมาสร้างสัมพันธ์กับตัวคุณ
7. อย่าจำกัดการเข้าชมเด็ดขาด
Viral Marketing เป็นการสร้างแคมเปญการตลาดที่ทำให้มันมีชีวิตด้วยตัวเอง เหมือนกับการทำงานของไวรัส ซึ่งจริงๆ แล้วคำว่า Viral เป็นคำ Adjective มีความหมายว่า เกี่ยวกับ หรือเกิดจากเชื้อไวรัส (Virus) ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่รูปแบบการทำงานในแบบ Viral Marketing จะเหมือนกับไวรัสที่ต้องการอิสระ เพื่อส่งต่อไปยังผู้อื่นได้ง่ายๆ เพียงแต่ไม่มีอันตราย หรือน่ารังเกียจเหมือนกับไวรัสเท่านั้นเอง
ดังนั้นเพื่อให้การเข้าชมเป็นไปอย่างไร้ขอบเขต ไม่ถูกจำกัด จึงต้อง
- อย่าให้ผู้ชมลงทะเบียน
- ไม่ต้องสมัครสมาชิก
- ไม่ต้องดาวน์โหลดด้วยซอฟต์แวร์พิเศษ
- ไม่มีการล็อกรหัส
- ไม่ต้องทำอะไรก็ตามเพื่อให้ได้ลิงก์โฆษณาที่ถูกต้องมา
การทำโฆษณาแบบ Viral Marketing นั้น ไม่ต้องการให้งานโฆษณาดูลึกลับ หรือถูกเก็บเป็นความลับ แต่ต้องการให้ทุกคนได้เห็นได้รับชมกันอย่างถ้วนหน้า
ที่มา : ecommerce-magazine